กรดซิตริก - กรดผลไม้ ซึ่งมีอยู่ในผลไม้ เช่น ส้ม มะนาว ในการทำน้ำผลไม้ มักนิยมใช้ กรดซิตริกผสมแทนน้ำตาลทราย เพราะ กรดซิตริกจะทำให้ได้รส กลิ่น ในความเป็นธรรมชาติมากกว่า แทนที่จะเป็นรส กลิ่นที่ออกเป็นน้ำเชื่อมหรือน้ำหวาน
กรดมาลิก - เป็นกรดที่พบในผลไม้ตระกูล เบอร์รี่ องุ่น แอปเปิ้ลซึ่งมีคุณสมบัติให้รสเปรี้ยว นิยมนำมาปรุงแต่งในอาหารที่ต้องการรสชาติเปรี้ยว กรดมาลิกจะให้รสชาติที่ดีกว่ากรดชนิดอื่น กรดมาลิกยังสามารถทำให้ฟันขาวขึ้นได้ช่วยขจัดสีผิวเคลือบฟันที่ไม่เสมอกันได้
กรดอัลฟาไลโปอิก - มีประโยชน์ดังนี้
  1. ต่อต้านอนุมูลอิสระในเซลล์ได้ทั่วร่างกายและมีฤทธิ์แรงกว่าสารต้านอนุมูล อิสระชนิดอื่นๆ คือมีฤทธิ์แรงกว่า CoQ10 ถึง 4-5 เท่า และแรงกว่าวิตามินอี วิตามินซี 50 เท่า
  2. ช่วยทำให้สารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ที่อยู่ในร่างกาย นำกลับมาใช้ใหม่ในร่างกายได้อีกครั้ง เช่น ทำให้กากของวิตามินอี วิตามินซี วิตามินเอ กลูตาไธโอน CoQ10 และอื่นๆ ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง
  3. ช่วยต่อต้านการอักเสบที่ปลายประสาท มีส่วนช่วยเรื่องระดับน้ำตาลในเลือด จึงเป็นสารที่ช่วยบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานได้
  4. ช่วยต่อต้านอนุมูอิสระในบริเวณสมองของเราได้ดีที่สุด ช่วยป้องกันโรคทางสมองต่างๆ
  5. ลดการอุดตันในหลอดเลือด ป้องกันอาการเส้นเลือดหัวใจตีบ ลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ทำให้หลอดเลือดแดงที่แข็งเปราะ กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
  6. ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้ดีเยี่ยม กรดอัลฟาไลโปอิกจึงเป็นสารที่อยู่ในโปรแกรมลดน้ำหนักของผู้เชี่ยวชาญด้านการ ลดน้ำหนักทั่วโลก และยังช่วยลดอนุมูลอิสระระหว่างการออกกำลังกายได้ จึงทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น
  7. ช่วยเพิ่มระดับสารกลูตาไธโอนในตับ จึงช่วยล้างพิษตกค้างในร่างกายออกไปได้อย่างรวดเร็ว และมีผลต่อการลดจุดด่างดำที่ผิวหนัง และชะลอความเสื่อมที่ผิวหนังได้ดีเยี่ยม
  8. กรดอัลฟ่าไลโปอิคนอกจากใช้รับประทาน ในต่างประเทศต่างนิยมนำมาผสมในครีมลดริ้วรอย เพราะมีคุณสมบัติชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ดีกว่าสารตัวอื่น มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดขนาดรูขุมขน ลดการทำลายจากรังสียูวีได้ดีเยี่ยม
  9. ช่วยลดริ้วรอยทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้น ซึ่งมีการทดลองในกลุ่มตัวอย่างยืนยันว่า กรดอัลฟาไลโปอิกช่วยลดริ้วรอยตื้นๆได้มากกว่า 50% อีกทั้งยังทำให้แผลเป็นเนียนเรียบและหายเร็วขึ้น โดยมีการะคายเคืองน้อยกว่า กรดวิตามินเอ (Tretinoin) วิตามินซี และ AHA
  10. เป็น chelating agent โดยกรดอัลฟาไลโปอิกจะไปจับกับสารโลหะหนักในร่างกาย เช่นarsenic, cadmium, lead, mercury แล้วขับออกจากร่างกาย จึงช่วยปกป้องร่างกายไม่ให้ได้รับความเสียหายจากโลหะหนักเหล่านี้ได้
  11. ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับผู้ป่วย HIV และช่วยป้องกันร่างกายจากเซลล์มะเร็ง
  12. ป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว โดยกรดอัลฟาไลโปอิกจะป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นของโคเลสเตอรอล ชนิด LDL ( LDL cholesterol)
  13. ป้องกันโรคต้อกระจก มีงานวิจัยจาก University of California พบว่าการรับประทานกรดอัลฟาไลโปอิกในปริมาณ 25 mg/kg body weight จะสามารถป้องกันโรคต้อกระจกได้ 60%
เก๋ากี้- มีวิตามิน B1, B2, C ในปริมาณที่สูง มีกรดอมิโน 18 ตัว ซึ่งในจำนวนนี้มี 8 ตัวที่ร่างกายขาดไม่ได้ รวมไปถึง แร่ธาตุสำคัญอย่างสังกะสี เหล็ก ทองแดง แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส มีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผนังเซลล์ในร่างกาย และยังพบสารโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides) ที่ช่วยกระตุ้นให้เซลล์เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดีขึ้น มีสรรพคุณในการบำรุงร่างกาย บำรุงสายตา เพราะมีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยกล่อมประสาททำให้หลับสบาย บำรุงไต ตับ ปอด บำรุงเลือด ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง สดชื่น อีกทั้งยังช่วยชะลอความแก่เป็นเหมือนยาอายุวัฒนะ สร้างภูมิคุ้มกันโรคให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ
ขมิ้นขาว - มีสาร Curcumin ป้องกันมะเร็งได้ มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการหลั่งของน้ำดี ใช้รักษาอาการนิ่วในถุงน้ำดี และโรคกระเพาะอาหารได้ ช่วยขับลม แก้ท้องอืด
ข้าวกล้องงอก - คุณค่าทางอาหารหลายอย่าง ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานแก่ร่างกาย โปรตีน ช่วยเสริม สร้าง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ได้ไขมันชนิดที่ไม่อิ่มตัวที่ให้พลังงาน และความอบอุ่นแก่ร่างกาย นอกจากนี้ยังได้รับประโยชน์จากสารอาหารอื่น ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีอยู่มาก เป็นส่วนใหญ่ในข้าวคือ วิตามินต่างๆ ได้แก่ วิตามินบี 1 (Thiamin) ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ช่วยในขบาวการเปลี่ยนแป้ง ในร่างกายให้เป็น พลังงานและช่วยในการทำงานขอระบบประสาท ในการบังคับ กล้ามเนื้อ วิตามินบี 2 (Riboflavin) ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก และช่วยในการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน ไนอาซิน (iacin) ช่วยในการทำงานของ ระบบผิวหนังและระบบประสาท นอกจากได้วิตามินแล้ว ข้าวกล้องยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุ ที่สำคัญต่อร่างกาย คือ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ส่วนในจมูกข้ายังมี วิตามินอี เซเลเนียม และแมกนีเซียม ประกอบอยู่ด้วยแร่ธาตุต่างๆ เหล่านี้ช่วยเสริมสร้างการทำงาน ในระบบต่างๆ ของร่างกาย ส่วนเส้ใยอาหาซึ่งเป็นสารประกอบน้ำตาลโมเลกุลใหญ่ เชิงซ้อน (Polysaccharides) ที่มีอยู่ในผนังเซลล์ของพืช มีอยู่มากในเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวของข้าวกล้อง เมื่อบริโภคเข้าไปแล้วจะผ่านกระเพาะและลำไส้เล็กได้ง่าย เนื่องจากน้ำย่อยไม่สามารถย่อย เส้นใยอาหารได้ทั้งหมด จึงถูกขับออกมาและช่วยพาสิ่งที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ออกไปเป็นกากอาหาร ทำให้ขบถ่ายสะดวก ป้องกันอาการ ท้องผูกและช่วยป้องกันการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย
เขากวางอ่อน - สามารถบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และช่วยลดอาการต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตไม่ปกติ อาการปวดหลังปวดเอว อาการทางประสาท โรคที่เกิดจากความเครียด อาการอ่อนเพลีย โรคหืดหอบ อาการบวม โรคไขข้ออักเสบ รอบเดือนไม่ปกติ ความผิดปกติทางผิวหนังและบาดแผลปวดประจำเดือน การแพ้ต่าง ๆ ปัญหาจากระบบย่อยอาหาร ช่วยให้มีความต้านทานดีขึ้น ลดอาการชาที่มือและเท้า
คลอโรฟิลล์ - ช่วยในกระบวนการล้างสารพิษในเลือดและขจัดของเสียสะสมในร่างกาย ทำให้สุขภาพดีขึ้น ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ฟอกเลือดให้สะอาด ช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับ
ลดปัญหาเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ลดปัญหาเส้นเลือดขอด เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดรอยดำคล้ำใต้ดวงตา ทำให้ใบหน้าสดใส ลดอาการภูมิแพ้ ผื่นมลพิษ แพ้อากาศ โรคหอบหืด บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ปวดศีรษะ และไมเกรน ลดกรดในกระเพาะอาหารและลำไส้ บรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
คอลลาเจน - เป็นโปรตีนจากธรรมชาติที่ประกอบไปด้วย กรดอะมิโนโปรตีนหลากชนิด จึงช่วยสร้างเนื้อเยื่อคลอลาเจนและอิลาสตินให้กับผิวชั้นใต้ผิวโดยตรงจึงทำให้ผิวพรรณดูขาวใส กล้ามเนื้อกระชับ เรียบเนียนเป็นธรรมชาติ
คอลลาเจนจากปลา - เป็นโปรตีนจากธรรมชาติที่ประกอบไปด้วย กรดอะมิโนโปรตีนหลากชนิด จึงช่วยสร้างเนื้อเยื่อคลอลาเจนและอิลาสตินให้กับผิวชั้นใต้ผิวโดยตรง จึงทำให้ผิวพรรรดูขาวใส กล้ามเนื้อกระชับ เรียนเนียนเป็นธรรมชาติ
โครเมียม พิโคลิเนต - สารประกอบระหว่าง ธาตุโครเมียม และกรด พิโลลินิค ซึ่งมาจากกระบวนการเผาผลาญตามธรรมชาติ ซึ่งพบในน้ำนม โครเมียมพิโคลิเนต เป็นรูปแบบของโครเมียมที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและมีประสิทธิภาพช่วยลดน้ำหนักโดยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ควบคุมความรู้สึกอยากอาหาร ควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด ประโยชน์ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมความรู้สึกอยากอาหาร ช่วยลดน้ำหนักโดยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
โคเอนไซม์ คิวเทน - ลดความเสี่ยงในคนที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรือภาวะหัวใจล้มเหลวจากเลือดคั่ง มีประโยชน์ในการผ่าตัดหัวใจ โดยทำให้หัวใจทนทานต่อการขาดเลือดและฟื้นตัวได้ดีขึ้น
เจียวกู่หลาน - มีชื่อเรียกอีกคือ หญ้ามหัศจรรย์, โสมภาคใต้, โสมห้าใบ, สมุนไพรอมตะ ญี่ปุ่นเรียก “อะมาซาซูรู” หรือ ชาหวานจากเถา

สรรพคุณ ทั้งต้นตั้งแต่ยอดถึงรากมีส่วนประกอบสำคัญเท่ากับโสมถึง 6 ชนิดรวมกัน ช่วยเสริมสร้างพลัง ช่วยรักษาโรคเฉียบพลันและร้ายแรงของคนวัยกลางคนจนถึงวัยชรา เช่น โรคเส้นเลือดใหญ่อุดตัน ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ เบาหวาน หอบหืด และโรคมะเร็ง นอกจากนั้นยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้เข้มแข็ง มีพลัง ทำให้ร่างกายมีความต้านทานโรค ระบาดได้ และรู้สึกกระชุ่มกระชวย “ฟื้นความหนุ่มสาว” กลับคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ซึ่งผลการศึกษาวิจัยช่วยให้นอนหลับดี ต้านอนุมูลอิสระ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดระดับไขมันในเลือด เสริมระบบภูมิคุ้มกันยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด และลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีมาก
ซูคราโรส - สารให้ความหวานที่มีความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 600 เท่า โดยปราศจากน้ำตาล จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน และคนที่ต้องการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี
ตงกัดอารี - (สมุนไพรปลาไหลเผือก) เป็นพืชที่มีชื่อเสียงด้านการช่วยเพิ่มพลังทางเพศในชาย ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ว่ามีคุณสมบัติทางการแพทย์ไม่แพ้ยาปฏิชีวนะ ถูกใช้ในการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยเพิ่มจำนวนตัวสเปิร์มในน้ำอสุจิ เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวของตัวสเปิร์ม ช่วยกระตุ้นกระบวนการชีวภาพสังเคราะห์ให้กับ hormone endrogen ซึ่งมีฤทธิ์ในการกระตุ้นกามารมณ์ นอกจากนี้ยังมี Flavanoid ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านปฏิกิริยารวมตัวกับออกซิเจน (antioxidance) มีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง และเชื้อเอชไอวี (antivirus) ได้
น้ำผึ้ง - น้ำผึ้งมีฤทธิ์ทางยาดังนี้
  1. ต้านจุลชีพ (ฆ่าเชื้อโรค) เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำผึ้ง จะมีแรงดันออสโมซิส (Osmotic Pressure) ดูดน้ำจากเซลล์เชื้อโรค ทำให้เชื้อโรคฝ่อตาย นอกจากนี้สภาพความเป็นกรด และสารบางชนิด สามารถฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ได้
  2. แก้ท้องเดิน จากฤทธิ์ต้านจุลชีพ ประกอบกับสารน้ำตาลซึ่งสามารถใช้แทนน้ำตาล (เป็น ส่วนประกอบสำคัญของสารละลายน้ำตาล เกลือแร่ หรือโออาร์เอส ในการทดแทนสารน้ำในผู้ป่วยที่มีอาการท้องเดิน ) นอกจากนี้น้ำผึ้งยังช่วยเร่งให้ลำไส้ที่อักเสบมีการฟื้นตัวเร็วขึ้น
  3. แก้ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อรา (เชื้อแคนดิดา) ได้ใกล้เคียงกับยาฆ่าเชื้อราแผนปัจจุบัน
  4. แก้โรคกลาก และฮ่องกงฟุต จากฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา
  5. แก้ตาอักเสบจากการติดเชื้อ เช่น เยื่อตาขาวอักเสบ กระจกตาดำอักเสบ
  6. รักษาบาดแผล จากฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค และสรรพคุณในการลดอักเสบ และเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่น้ำ ผึ้งจึงใช้สมานบาดแผลชนิดต่างๆ เช่น แผลสด แผบถลอก แผลผ่าตัด ฝี แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลเบาหวาน แผลกดทับ (จากการนอนนาน ๆ ) แผลเรื้อรังต่างๆ เป็นต้น
  7. บำรุงร่างกายนักกีฬา ให้พลังงานจากสารคาร์โบไฮเดรตที่ดีแก่นักกีฬา ทั้งก่อนเล่น ขณะเล่น และหลังเล่นกีฬา
น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
สกัดจากส่วนที่ เป็นจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว จากข้าวหอมมะลิสายพันธุ์ Oryza Glaberrima อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงสามารถต่อต้านโรคภัยไข้ เจ็บได้ ประกอบด้วยสารที่ มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อร่างกาย

ประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว
1. ลดคอเลสเตอรอล และ ไตรกรีเซอร์ไรด์
สารแกมม่า-ออริซานอล ทำหน้าที่เพิ่มระดับไขมันชนิดดี (HDL) ให้แก่ร่างกาย ซึ่งไขมันชนิดนี้จะไปช่วยขจัดคอเลสเตอรอล (LDL) รวมทั้งไตรกรีเซอร์ไรด์ (Triglycerides) จากหลอดเลือดและส่วนต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนั้น น้ำมันจมูกข้าว ยังประกอบด้วยวิตามินอีกลุ่มโทโคโตรอินอล ไฟโตสเตอรอล และกรดไขมันโอเมก้า 3-6-9 ซึ่งมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล และ ไตรกรีเซอร์ไรด์ ได้ด้วย

2. ป้องกันโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน
โรค หัวใจ โรคสมองเสื่อม โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคชาตามประสาทส่วนปลาย รวมทั้งโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ล้วนมีสาเหตุมาจากการที่หลอดเลือดอุดตัน ทำ ให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่ายกายไม่ทั่วถึง จึงเป็นเหตุให้เกิดโรคดังกล่าว สารอาหารต่างๆ ในน้ำมันจมูกข้าว ช่วยขจัดไขมันในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดสะอาด ปลอดโปร่งอยู่เสมอ เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย โรคร้ายดังกล่าวข้างต้นก็ไม่เกิดขึ้น

3. บำรุงสมอง บำรุงระบบประสาท
กรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วย บำรุงสมอง บำรุงเซลล์ในระบบประสาท ทำให้สมองดีอยู่เสมอ เด็กที่รับประทานน้ำมันจมูกข้าว จึงมีความจำดี ส่วนผู้สูงวัยหากได้รับประทานน้ำมันจมูกข้าวอยู่เสมอ ก็จะปลอดภัยจากโรคสมองเสื่อม ขณะที่โอเมก้า 6 และวิตามินบีคอมเพล็กซ์ เป็นส่วนประกอบของเซลล์ผิวหนัง และ เซลล์ในอวัยวะสืบพันธุ์ ช่วยให้ผิวหนังและระบบสืบพันธุ์ดีขึ้น

4. ป้องกันโรคมะเร็ง
โรค ร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกอย่างไม่มีที่มาที่ไปในศตวรรษที่ผ่านมาและ ศตวรรษนี้ คือโรคมะเร็ง แต่น่ายินดีที่ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่า หากได้รับสารอาหารที่มีอยู่ในน้ำมันจมูกข้าวเข้มข้นถึง 5% ของกระแสเลือดในร่างกาย จะช่วยให้รอดพ้นจากการเป็นโรคมะเร็ง แม้ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งแล้ว ก็ช่วยได้ถึง 62% เนื่องจากในน้ำมันจมูกข้าว มีสารอาหารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก ว่ากันว่า สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันจมูกข้าว มีมากกว่าในพืชทุกชนิดเท่าที่มีการค้นพบในเวลานี้

5. บำรุงผิวพรรณให้ผ่องใสและ ชะลอความแก่
น้ำมันจมูกข้าว มีวิตามินอีจำนวนมาก รวมทั้งวิตามินบีคอมเพล็กซ์ โอเมก้า 6 และเซลาไมซ์(Ceramide) ซึ่ง เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่า สารอาหารดังกล่าว มีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง เปล่งปลั่ง ผ่องใสมีน้ำมีนวลอยู่เสมอ ทำให้แก่ช้า หรือ ชลอความแก่ ที่มีรอยเหี่ยวย่นเกิดขึ้นแล้ว ก็ทำให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นหายไป

6. ควบคุมความสมดุลของระดับฮอร์โมนในร่างกาย
ร่างกายคนเราจะผลิตฮอร์โมนชนิดต่างๆ ออกมาเสมอ เพื่อให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ดำเนินไปได้อย่างปกติ หากร่างกายขาดฮอร์โมนชนิดใดชนิดหนึ่งก็จะเกิดโรคร้ายขึ้น เช่น ความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมนอินซูลิน ก็จะเป็นผลให้เกิดโรคเบาหวาน หรือ ความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์เอสโตรเจนในสตรี ก็จะเกิดอาการวัยทองและระบบประจำเดือน เป็นต้น จาก การศึกษาวิจัย พบว่า สารอาหารหลายชนิดในน้ำมันจมูกข้าว ช่วยให้ร่างกายสามารถผลิตฮอร์โมนได้อย่างสม่ำเสมอและเกิดความสมดุล จึงทำให้ร่างกายแข็งแรงตลอดไป

7. ป้องกันโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศทั้งชายและหญิง
อาการ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เกิดขึ้นได้กับทั้งชายและหญิง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม เพราะหากคู่สามีภรรยาอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีความสุข หรือขาดความสมดุลทางเพศ ก็จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น การหย่าร้าง การคบชู้สู่ชายหรือหญิง การประพฤติผิดต่อคู่ครอง การเที่ยวเตร่นอกบ้าน เป็นต้น สำหรับชายหญิงที่ได้รับสารอาหารต่างๆ ในน้ำมันจมูกข้าวเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ อีกทั้งสารเมลาโทนิน(Melatonin) ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายด้วย ก็จะทำให้รอดพ้นจากโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ตลอดไป

8. บำรุงดวงตา สายตา ให้แจ่มใส ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ
ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญ หากขาดการบำรุง ก็จะทำให้ดวงตาเกิดโรคต่างๆ ได้ เช่น น้ำเลี้ยงตาแห้ง ทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ดวงตา หรือ เป็นต้อชนิดต่างๆ เป็นต้น สารอาหารที่อยู่ในน้ำมันจมูกข้าว เช่น วิตามินเอ วิตามินบีคอมเพล็กซ์ เบต้าแคโรทีน ล้วนมีส่วนช่วยให้ดวงตาแจ่มใสและใช้งานได้ดีอยู่เสมอ

9. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
ในน้ำมันจมูกข้าว มีสารอาหารต่างๆ มากมาย ทั้งโปรตีน(จากพืช) ไขมันชนิดดีที่ร่างกายต้องการ(HDL) วิตามินต่างๆ ทั้งวิตามินเอ บีรวม อี ดี เค แร่ธาตุสำคัญๆ ที่ร่างกายต้องการก็มีอยู่ในน้ำมันจมูกข้าว เช่น แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส โปตัสเซี่ยม เซเลเนี่ยม โครเมี่ยม สังกะสี แมงกานีส นอกจากนั้น ยังมีเลซิติน ไลโซเลซิติน เซฟฟาลีน เบต้าแคโรทีน ซึ่งทั้งหลายทั้งปวง ล้วนทำให้สุขภาพแข็งแรง จึงทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่ดี ไม่เจ็บไม่ป่วย แม้ผู้ที่มีอาการป่วยแล้ว หากได้รับสารอาหารดังกล่าวอย่างเพียงพอและสมดุล ก็จะหายป่วยได้ ล่าสุด นายแพทย์บาร์รี่แห่งมหาวิทยาลัยไมอามี่ สหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยผู้ป่วยเอดส์ โดยให้ทานเซเลเนี่ยมเป็นประจำ ปรากฏว่า ได้ผลดี ทำให้ภูมิคุ้มกัน (CD4) เพิ่มมากขึ้น ขณะที่เชื้อ HIV ลดลง ดังนั้น ผู้ ที่ร่างกายปกควรรับประทานน้ำมันจมูกข้าว เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงตลอดไป ส่วนผู้ที่ป่วยแล้ว ก็ควรรับประทานน้ำมันจมูกข้าว

น้ำแร่ - มีเกลือซัลเฟตของโซเดียม หรือแมนีเซียม ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย มีฟลูออไรด์ สามารถป้องกันฟันผุได้ น้ำแร่ที่มีฤทธิ์เป็นด่างซึ่งมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นองค์ประกอบจะช่วยขับปัสสาวะ และทำให้น้ำแร่มีรสชวนดื่ม น้ำแร่เป็นด่างซึ่งมีเกลือไบคาร์บอนเนตเป็นส่วนประกอบ อาจช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารได้ แคลเซี่ยม ช่วยเสริมสร้างกระดูก โปแตสเซียม ช่วยรักษาสมดุลความเป็นกรดเป็นด่างของร่างกาย ช่วยในปฏิกริยาเผาผลาญอาหาร โซเดียม รักษาระบบความสมดุลของน้ำในร่างกาย ช่วยในการรับส่งประสาทความรู้สึก
ไอโอดีน ป้องกันโรคคอพอก
พริกไทยดำ - ช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ และช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานดี มีฤทธิ์ร้อนสามารถฆ่าเชื้อต่างๆ ลดไขมันใต้ชั้นผิวหนัง ยับยั้งเชื้อโรค แก้อักเสบ รักษาโรคผิวหนังกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
พลูคาว หรือ ผักคาวตอง (Houttuynia Cordata thumb) เป็นสมุนไพรที่พบในประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออก  และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา  ที่เกี่ยวกับ ผักคาวตอง คือ

  • ฤทธิ์ในการบำบัด  ฟื้นฟู  โรคความดันโลหิตสูง  (Arterosclerosis)
  • ฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็ง  (Cytotoxicity  Against  Tunor  Cellines)  เซลล์มะเร็งปอด เซลล์มะเร็งรังไข่ เซลล์เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้าย เซลล์มะเร็งสมอง มะเร็งลำไส้ มีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งแต่ละชนิดอย่างมีในสำคัญ
  • ฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว  (Antileukemic  Activity)
  • ฤทธิ์กับการติดเชื้อไวรัส  กระตุ้นเซลล์เพิ่มภูมิคุ้มกัน  ป้องกันไข้ทรพิษ  หัด  หัดเยอรมัน การติดเชื้อ    ทางเดินอาหายใจ  HIV  เริม  งูสวัด
  • ฤทธิ์เกี่ยวกับการต้านเชื้อราและแบคทีเรีย  เยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อรา ทางเดินปัสสาวะอักเสบ  การติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคทางเดินอาหาร  โรคปริทันต์  โรคระบบสิบพันธุ์  กลากเกลื้อน  โรคติดเชื้อในช่องปาก ฤทธิ์ต้านการอักเสบต่าง  (Anti-Inflamnation)  ยับยั้งเอนไซม์  (Cyclooxygenase)  เป็นบ่อเกิดของการอักเสบ  หรือโรคที่มีอาการอักเสบ
  • ฤทธิ์ขับปัสสาวะ  (Diuretic  Activity)  ขยายหลอดเลือด  ทำให้อัตราการไหลเวียนของเลือด และการขับปัสสาวะเพิ่มขึ้น
  • ฤทธิ์อื่นๆ เช่น  เพิ่มภูมิคุ้มกันหรือภูมิต้านทานโรค ยับยั้งเนื้องอก  กระตุ้นเซลล์น้ำเหลือง ยับยั้งโรคเบาหวาน  รักษาความสมดุลของร่างกายและอื่นๆ

ฟรุกโตโอลิโคเชลคาร์ไรด์ - ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค การติดเชื้อ และการอักเสบเช่น โรตาไวรัส เพิ่มภูมิต้านทานให้กับระบบย่อยฟื้นฟูสมดุลแบคทีเรียที่ดีหลังจากที่ได้รับยาปฏิชีวนะซึ่งจะทำลายแบคทีเรียทั้งดีและไม่ดีในระบบย่อย ช่วยในการผลิตเอ็นไซม์ในระบบย่อย ซึ่งทำหน้าที่ในการเร่งปฏิกริยาการนำอาหารไปใช้ในร่างกาย โดยที่ผนังเซลในลำไส้จะต้องดูดซึมสารอาหารเหล่านั้นไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน ช่วยในการสร้างวิตามินบางชนิด เช่น ไนอะซิน กรดโฟลิค ไบโอติน และวิตามินบี6 ช่วยลดปัญหาการย่อยน้ำตาลในนม ช่วยลดระดับคอเลสเทอรอล ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งบางชนิด ลดความเสี่ยงโรคผิวหนังในเด็ก เพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อกระดูก
ไฟเบอร์ - มีคุณสมบัติเด่นมาก ในเรื่องการัรกษาสมดุลของระบขับถ่าย โดยเพิ่มความถี่ในการขับถ่าย เพื่อมวลของอุจจาระ และช่วยให้อุจจาระนิ่มจึงขับถ่ายได้ง่ายขึ้น
มอลโตเดกซ์ตริน (Maltodextrin) - เป็นแป้งจากธัญญพืชชนิดหนึ่ง ไม่หวาน แต่ดูดซึมง่าย เป็นแป้งโมเลกุลชนิดสั้น ช่วยให้ร่างกายสร้างไกลโคเจนให้กล้ามเนื้อได้ดีกว่าการใช้น้ำตาล
มะขามป้อม - มีฤทธิ์ต้านไข้หวัดทั้งในหลอดทดลองและมนุษย์ มีสารโปรไซยานินที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ แต่ทนความร้อนไม่ถูกออกซิไดซ์ง่าย จึงมีความคงตัวสูงซึ่งเป็นข้อดีกว่าวิตามินซีทั่วไป มีฤทธิ์ในการป้องกันการเกิดมะเร็ง โดยการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น

มีสรรพคุณแก้หวัด แก้ไอได้ดี มะขามป้อมบำรุงอวัยวะแทบทุกส่วนของร่างกาย คือ บำรุงผม สมอง ดวงตา คอ หลอดลม ปอด หัวใจ กระเพาะ ฯลฯ แก้น้ำเหลืองเสีย ปรับประจำเดือนให้มาปกติ บำรุงเลือด บำรุงกำลัง ช่วยลดความดันเลือดสูง
ลดน้ำตาลและลดไขมันในเลือด ควบคุมโรคเบาหวาน สามารถกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลิน และลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดอาการแทรกซ้อนทางตาจากโรคเบาหวาน
มะเฟือง - อุดมไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซีน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันเส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และพลังงาน ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ควบคุมการเต้นของหัวใจให้สม่ำเสมอ ควบคุมกล้ามเนื้อ ช่วยให้เลือดแข็งตัวง่าย ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นในผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ แก้ร้อนใน ดับกระหาย ลดความร้อนภายในร่างกาย ถอนพิษก็ได้ เป็นยาขับเสมหะ ป้องกันโรคโลหิตจาง โรคเลือดออกตามไรฟัน รวมทั้งยังช่วยขับปัสสาวะ และบรรเทาอาการนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้อีกด้วย
มะรุม - พืชมหัศจรรย์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด กล่าวถึงในคัมภีร์ใบเบิ้ลว่าเป็นพืชที่รักษาทุกโรค ใบมะรุมมีโปรตีนสูงกว่านมสด 2 เท่า การกินใบมะรุมตามชนบทของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศโลกที่ 3 เป็นการเพิ่มโปรตีนคุณภาพสูงราคาถูกให้กับอาหารพื้นบ้าน นอกจากนี้ มะรุมมีธาตุอาหารปริมาณสูงเป็นพิเศษที่ช่วยป้องกันโรค นั่นคือ
  • วิตามินเอ บำรุงสายตามีมากกว่าแครอต 3 เท่า
  • วิตามินซี ช่วยป้องกันหวัด 7 เท่าของส้ม
  • แคลเซียม บำรุงกระดูกเกิน 3 เท่าของนมสด
  • โพแทสเซียม บำรุงสมองและระบบประสาท 3 เท่าของกล้วย
  • ใยอาหารและพลังงาน ไม่สูงมากเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอีกด้วย
  • น้ำมันสกัดจากเมล็ดมะรุม มีองค์ประกอบคล้ายน้ำมันมะกอกดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

ประโยชน์ของมะรุม

  1. ใช้รักษาโรคขาดอาหารในเด็กแรกเกิดถึง 10 ขวบ และลดสถิติการเสียชีวิต พิการ และตาบอดได้เป็นอย่างดี
  2. ใช้รักษาผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานให้อยู่ในภาวะควบคุมได้
  3. รักษาโรคความดันโลหิตสูง
  4. ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ทานผลิตผลจากมะรุมในระหว่างตั้งครรภ์ เด็กที่เกิดมาจะไม่ติดเชื้อHIV นอกจากนี้ถ้ารับประทานอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้งยังช่วยให้คนทั่วๆไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง
  5. ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะควบคุมได้ การรักษาโรคเอดส์ที่ประสพผลสำเร็จในกลุ่มประเทศแอฟริกา
  6. ถ้ารับประทานสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็ง แต่ถ้าหากเป็นก็จะช่วยให้การรักษาพยาบาลง่ายขึ้น ในบางกรณีสามารถหยุดการเจริญเติบโตของโรคร้ายได้ ถ้าใช้ควบคู่ไปกับยาแพทย์แผนปัจจุบัน
  7. หากผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมจะช่วยให้การแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้นและมีร่างกายที่แข็งแรง
  8. ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์ โรคกระดูกอักเสบ โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม
  9. รักษาโรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัวเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคตาต้อ เป็นต้น หากรับประทานสม่ำเสมอ จะทำให้ตามีสุขภาพที่สมบูรณ์
  10. รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง ท้องเสีย ท้องผูก โรคพยาธิในลำไส้
  11. รักษาปอดให้แข็งแรง รักษาโรคทางเดินของลมหายใจ และโรคปอดอักเสบ
  12. เป็นยาปฏิชีวนะ
ลูกยอ - (Noni Indian Mulberry) เมื่อสุกเต็มที่จะมีเอนไซม์ ที่เป็นประโยชน์อย่างมากมาย มีสารสำคัญมากมายถึงกว่า 140 ชนิด ทั้งจำพวกโปรตีน และกรดอะมิโนครบถ้วน นอกจากนี้ยังมี
สารอื่น ทั้งวิตามินและเกลือแร่ มากมาย แต่ที่สำคัญมีสาระสำคัญหน้าที่ คุณประโยชน์ ของ Proxeronine โปรเซโรนีน & EnZymeProxeroninase เอนไซม์ โปรเซโรเนส Xeronine สารเซโรนีน
  • ซ่อมแซมผนังเซลล์ของทุกอวัยวะทั่วร่างกาย
  • ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดยการจับตัวกับกรดอะมิโนในการสร้างโปรตีนและเสริมการ ทำงานของโปรตีน ให้มีคุณภาพสูงสุด
  • ร่างกายแข็งแรง ประสิทธิ ภาพเต็ม 100%
  • เร่งการฟื้นตัวของเซลล์ที่เสียหายทั่วร่างกาย รวมทั้งตับอ่อน
  • ลดระดับน้ำตาลในเลือดของคนไข้เบาหวานเนื่องจากมีการซ่อมแซม ของตับอ่อน
  • เป็นสารตั้งต้นของ Hormone Melatonin ช่วยในการให้นอนหลับเป็นไปอย่างสมดุล
  • นอนหลับสบาย สะสมพลังงานได้เต็มที่ ตื่นนอนจะสดชื่น
  • ออกฤทธิ์จับกับตัวรับของสารเอ็นดอร์ฟีน (Endorphin Receptor)
  • กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว และการสร้าง ภูมิคุ้มกัน (Antibody)
  • เกิดความรู้สึกที่เป็นสุข และอารมณ์สดชื่น กระปรี้กระเป่า
  • เพิ่มภูมิต้านทานโรคให้ดี ขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อโรค, ต้านมะเร็ง Scopoletinสโคโปเลติน
  • ขยายหลอดเลือดโดยตรงและเสริมฤทธ์กับ สารเซโรโตนิน (Serotonin) ในร่างกายในการ ควบคุมการหด และขยายตัวของ หลอด เลือดแดง
  • ลดความดันโลหิต
  • มีผลต่อสมอง และอารมณ์ - จิตใจสงบ สดชื่น มีพลัง
  • ต่อต้านการอักเสบ, ต่อต้านสารภูมิแพ้ (Histamine)
  • ลดอาการปวด และการอักเสบที่เกิดขึ้นทั่วร่างกายเช่นปวดศรีษะ, ปวดเก๊าท์, เอ็นอักเสบ ฯลฯ ลดอาการของโรคภูมิแพ้
  • ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา
  • ป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา Anthraquinoneแอนทราควิโนน
  • ควบคุมและยับยั้งเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น STAPHYCOCCUS AUREUS, E. Coli, Salmonella
  • ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
วิตามินซี - เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมการทำงานของวิตามินอีให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยเสริมสร้าง
คอลลาเจนและอีลาสติน ให้ผิวเรียบกระชับ ขับความขาวใส
สารสกัดจากตังกุย - ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยให้ประจำเดือนเป็นปกติ ลดการเกิดฝ้าทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ผิวขาวอมชมพูดูมีสุขภาพดี สารสกัดตังกุยลดปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง เช่น แก้แพ้และอาการคัน ช่วยลดไขมันในเลือด โดยลดการดูดซึมคลอเรสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย จึงช่วยลดการอุดตันไขมันในเลือดได้
สารสกัดจากโปรตีนถั่วเหลือง - ฮอร์โมนเพศหญิงจะลดระดับลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้นส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน โปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองให้สารไอโซฟลาโวน มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับฮอร์โมนเพศหญิงอย่างอ่อนโยน จึงช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวให้กลับชุ่มชื้นนุ่มนวล สดใส ดูอ่อนวัยดุจผิวแรกสาว
สารสกัดจากเมล็ดทับทิม - อุดมด้วยสารชื่อ ไลโคพิน (Lycopene) ซึ่งเป็นเป็นแคโรทินอยด์ ที่ให้สีแดงพืชผัก เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ในชั้นหนังกำพร้า สารสกัดจากเมล็ดทับทิม มีผลกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ส่งเสริมการซ่อมแซม, สร้างเซลล์ใหม่ในชั้นหนังแท้
สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ประกอบด้วยสารที่สำคัญคือสารเฟลโว นอยด์(Flavonoid)ชนิดที่เรียกว่า โอลิโกเมริค โปรแอนโธไซยานิดีน ( Oligomeric Proanthrocyanidin) มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินซี 20 เท่าและ สูงกว่าวิตามินอีถึง 50 เท่า เรียกว่ามีคุณสมบัติเป็นซุบเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์ ( Super Anti-oxidant) สามารถจับกับอนุมูลอิสระได้ดี ต้านอนุมูลอิสระได้ทุกรูปแบบ ช่วยต่อต้านการทำลายเส้นใย คอลลาเจน และอีลาสตินในผิวหนังที่เกิดจากอนุมูลอิสระ เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเป็นโครงสร้างหลักในผิว ทำหน้าที่ค้ำจุนและให้ความยืดหยุ่น หากถูกทำลายไปก็จะเกิดรอยเหี่ยวย่นที่มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนเซลล์ผิวหนังในชั้นหนังกำพร้า (ชั้นนอกสุด) หากถูกทำลายจะปรากฏรอยแห้งกร้าน สารสกัดจากเมล็ดองุ่นสามารถถูกดูดซึมเข้าสู่อวัยวะต่างๆได้อย่างรวดเร็ว จึงช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมให้กลับแข็งแรง รักษาความกระชับ เต่งตึงของผิว ขณะเดียวกันก็ป้องกันริ้วรอยหยาบกร้านได้ นอกจากนี้ในผู้ที่มีปัญหาฝ้า หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ สารสกัดจากเมล็ดองุ่นจะสามารถช่วยลดความเข้มของสีผิวบริเวณที่ดำคล้ำลง จึงทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส ผิวพรรณกระชับเต่งตึงขึ้น
สารสกัดจากโสม - มีคุณสมบัติต่อต้านความเมื่อยล้า ทำให้ร่างกายมีการปลด ปล่อยพลังงานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพขณะ ทำงานหรือออก กำลังกาย โสมช่วยให้ผนังเซลล์ดูดซึมออกซิเจนเพิ่มขึ้น มีผลทำให้ขบวนการเผาผลาญภายในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ป้องกันโรคมะเร็ง เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยคลายเครียด เป็นสมุนไพรที่ชะลอความแก่ โสมสามารถทำลายอนุมูลอิสระของออกซิเจน ช่วยให้เนื้อเยื่อเสื่อมช้าลง ช่วยลดน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน ในคนไข้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง โสมทำให้ต่อมในตับอ่อนหลั่งอินซูลิน ออกมาควบคุมระดับน้ำตาลใน เลือดได้ดีขึ้น ช่วยป้องกันการเกิดอาการมึนชา ตามนิ้วมือนิ้วเท้า และการเกิดแผลเน่าเปื่อย รักษาโรคสมรรถภาพทางเพศเสื่อม เป็นผลจากคุณสมบัติที่โสมทำให้สุขภาพจิต ต่อต้านความเครียด และสมรรถภาพทางร่างกายต่อต้านความเมื่อยล้า อดทนแข็งแรงดีขึ้น
สารสกัดตะบองเพชร - ช่วยดักจับไขมันให้ผลออกฤทธิ์ในการลดปริมาณไขมันที่ถูกดูดซึมจากทางเดินอาหารเข้าสู่ร่างกายทั้งยังช่วยให้การใช้น้ำตาลดีขึ้น ลดความอยากรับประทานแป้งและน้ำตาล สร้างกล้ามเนื้อเพื่อทดแทนส่วนที่เป็นไขมัน
สารสกัดถั่วขาว - สารสกัดที่แยกได้เรียกว่า ฟาซิโอลามีน (Phaseolamin) เป็นตัวยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ อัลฟา-อะไมเลส (alpha-amylase) ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ทำหน้าที่ย่อยแป้งเชิงซ้อน (Complex Carbohydrates) ยับยั้งการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตจำพวกแป้ง ทำให้แป้งไม่ถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาล การดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายจึงลดลงการยับยั้งที่จุดนี้จึงเป็นการลดปริมาณแคลอรี่สะสมในร่างกายที่มาจาก Carbohydrate และเป็นส่วนสำคัญ ในการลดอัตราการเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือด พบว่าสารสกัดนี้มีศักยภาพในการช่วยสนับสนุนการรักษาในผู้ประสบกับภาวะโรคอ้วนและไตรกลีเซอไรด์สูง สารเฟซาโอลามีนในถั่วขาวมีคุณสมบัติเป็นตัวบล็อกแป้ง ส่งผลให้อาหารจำพวกแป้งที่รับประทานเข้าไปไม่ถูกย่อยและไม่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและถูกขับออกจากร่างกายไปในรูปของกากอาหาร ส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก ควบคุมและดูแลไม่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น และยังช่วยควบคุมสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด ลดระดับไตรกรีเซอไรด์ในร่างกาย
สารสกัดผลส้มแขก - ได้มีการค้นพบว่า ผลส้มแขกมีสาร HCA ซึ่งมีคุณสมบัติในการยับยั้งการสะสมไขมันส่วนเกินในร่างกาย และลดความอยากอาหารได้ ขณะเดียวกันก็จะนำไปสะสมเป็นพลังงานสำรองในรูปของไกลโคเจนที่ตับ ทำให้ร่างกายรับรู้ว่ามีพลังงานสำรองเพียงพอทำให้ไม่รู้สึกหิว
สารสกัดมะขามป้อม - มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่สูงสุด มากกว่า90% ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น แก้ผด ผื่น คัน รักษาโรคผิวหนัง แก้แผลอักเสบ มีหนอง รักษาสิว ลดการเกิดฝ้า กระ และมีวิตามิซีและสารแทนนิน การบำรุงผิวและป้องกันอนุมูลอิสระช่วยขจัดเซลผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก ช่วยให้ผิวขาวสดใส
สารสกัดแอปเปิ้ลเขียว (คิวเทน) - ช่วยบำรุงผิวให้ขาวสดใส เนียนเรียบอยู่เสมอ ช่วยให้ผิวสดใสกระจ่างและเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ลดเชื้อแบคทีเรีย
หอยนางรม - มีสารประกอบสำคัญ คือ ทอรีน (Taurine ) ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท มีผลต่อการทำงานของต่อมหมวกไต ซึ่งมีหน้าที่หลั่งฮอร์โมนเพศ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานให้กับร่างกาย ทอรีนจะมีธาตุสังกะสี (Zinc) เป็นตัวส่งเสริมการออกฤทธิ์ให้ได้ผลดียิ่งดีขึ้น ซึ่งเราจะพบ Zinc ได้มากในหอยนางรม ดังนั้น หอยนางรมสามารถนำมาเป็น อาหารเพื่อส่งเสริมสุขภาพหรือสมรรถภาพทางเพศได้อย่างดี และหอยนางรมยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร ซึ่งเป็นแหล่งของวิตามินเอ บีหนึ่ง (ไทอามิน) บีสอง (ไรโบฟลาวิน) บีสาม (ไนอาซิน) ซี (กรมแอสคอร์บิค) และดี (แคลซิฟีรอล)
เห็ดหลินจือ (Lingzhi) เป็นยาจีน (Chinese traditional medicine ) ที่ใช้กันมานานกว่า 2,000 ปี นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้เป็นต้นมา เห็ดหลินจือเป็นของหายากมีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน และได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ “เสินหนงเปินเฉ่า” ซึ่งเป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนมีคนนับถือมากที่สุด ได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” ( Spiritual essence ) มีพลังมหัศจรรย์ บำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะในการยืดอายุออก ไปให้ยืนยาว ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวาง ชาวจีนโบราณต่างยกย่องเห็ดหลินจืออย่างเหนือชั้น ว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน นอกจากจะมีสรรพคุณเหนือชั้นกว่าแล้วยังปลอดภัยไม่มีพิษใด ๆ ต่อร่างกาย

สรรพคุณ เห็ดหลินจือ
ในสมัยโบราณ กล่าวกันว่า เห็ดหลินจือทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้น ใช้บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีกำลัง ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ชัดเจนดีขึ้น ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชะลอความแก่ ส่วนสรรพคุณอื่นๆที่ได้รวบรวมไว้ได้แก่ รักษาและต้านมะเร็ง รักษาโรคตับ ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ ปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำ ภาวะมีบุตรยาก การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โรคภูมิแพ้ โรคประสาท ลมบ้าหมู เส้นเลือดอุดตันในสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์ โรคเอสแอลอี เส้นเลือดหัวใจตีบ ตับแข็ง ตับอักเสบ ปวดประจำเดือน ริดสีดวงทวาร อาหารเป็นพิษ แผลในกระเพาะอาหารและลำใส้ บำรุงสายตา และความเชื่อดังกล่าว ยังคงสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

เห็ดหลินจือได้ถูกบันทึกไว้ว่า มีขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมาก กว่า 100 สายพันธุ์ และสำหรับสายพันธุ์ที่นิยมมีสรรพคุณทางยาดีที่สุดคือ กาโนเดอร์ม่า ลูซิดั่ม (Ganoderma lucidum) หรือสายพันธุ์สีแดง เห็ดหลินจือมีสารโพลีแซคคาไรด์ ซึ่งเป็นสารยับยั้งอาการต่างๆ ข้างต้น เห็ดหลินจือในแต่ละชนิดจะมีปริมาณสารโพลีแซคคาไรด์ในปริมาณที่แตกต่างกัน แต่สายพันธุ์ที่มีสารโพลีแซคคาไรด์มากที่สุด คือ เห็ดหลินจือสีแดง ซึ่งมีงานวิจัยต่างๆ พบว่ามีสารโพลีแซคคาไรด์มากที่สุดในบรรดาเห็ดหลินจือทั้งหมด ปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเห็ดหลินจือออกมาจำหน่ายกันเป็นจำนวนมาก การเลือกผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือแดง ควรศึกษาตั้งแต่วิธีการเพาะปลูก ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญ เพราะการจะได้เห็ดหลินจือที่มีคุณภาพที่ดีนั้น ตัวเห็ดหลินจือเอง จะต้องได้รับการเพาะเลี้ยงในสภาวะที่เหมาะสม ทั้งในเรื่องความชื้น แสงสว่าง และสารอาหารที่ได้รับ ส่วนขั้นตอนการแปรรูป ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะถือเป็นกระบวนการที่จะสกัดสารโพลีแซคคาไรด์จากตัวเห็ดเองออกมาให้ได้ มากที่สุด นอกจากนี้การบรรจุภัณฑ์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องให้ความสนใจไม่แพ้กัน ควรเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถกันความชื้นได้ดี เพราะว่าความชื้นจะทำให้เห็ดหลินจือขึ้นราได้ เนื่องจากเห็ดหลินจือ ค่อนข้างไวต่อความชื้น

เห็ดหลินจือแดง มีชื่อเสียงเรื่องเป็นสมุนไพรรักษาโรคมานาน และถือได้ว่าเป็นยาวิเศษรักษาโรคได้สารพัดชนิด ปัจจุบันกำลังเป็นที่สนใจมากขึ้น ได้มีการศึกษาถึงสรรพคุณทางยาที่จะนำมาใช้ในการรักษาโรค

ลักษณะทางกายภาพของเห็ดหลินจือนั้น จะพบได้ในป่าเขตอบอุ่นละเขตร้อน โดยจะขึ้นอยู่กับขอยไม้ที่ตายแล้ว เช่นต้นคูณ ต้นก้ามปู ต้นหางนกยูงฝรั่ง ยางพารา มะขาม ต้นหมาก เมื่อตอนที่ขึ้นมาใหม่ ๆ ดอกเห็ดจะมีลักษณะเป็นแท่ง จากยอดโคนลงมาเป็นสีขาว เหลือง และน้ำตาล เมื่อเจรฐเติบโตจนสมบูรณ์ส่วนบนจะแผ่ขยายออกรูปคล้ายพัด และมีสีน้ำตาลอมแดง จึงเป็นที่มาของชื่อเห็ดหลินจือแดงนั่นเอง

นักวิทยาศาสตร์ ได้ทำการศึกษาทดลองวิจัยสารสำคัญต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในเห็ดหลินจือ พบว่ามีมากมายกว่า 150 ชนิด ซึ่งนั่นทำให้เห็ดหลินจือมีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีสรรพคุณในการบำบัดรักษาโรค
สรรพคุณทางยาที่นักวิจัยต่าง ๆ ได้ศึกษามาแล้วนั้น มีอะไรบ้าง

  • สรรพคุณในการต้านสารอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ป้องกันเซลล์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ มะเร็ง และการแก่ก่อนวัยของคุณผู้หญิงทั้งหลายด้วย
  • ความสามารถในการควบคุมระบบการไหลเวียนของเลือด ลดความดันโลหิต ลดปริมาณน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำตาลหรือผู้ป่วยเบาหวาน
  • มีสรรพคุณช่วยยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ป้องกันเส้นเลือดอุดตันในสมองและหัวใจ
  • ช่วยในการบำรุงตับและเพิ่มคุณสมบัติในการทำลายสารพิษ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรคตับอักเสบ
  • สามารถสร้างระบบภูมิต้านทาน เพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาว ช่วยต้านทานไวรัส แบคทีเรีย เชื้อราและเซลล์มะเร็ง โดยจะมีสาร Polysaccharide จะช่วยกระตุ้นเซลล์ Lymphocyte-T ทำให้บรรเทาการเกิดโรคภูมิแพ้ ผื่นคัน และหอบหืดได้
  • ล้างสารพิษในร่างกาย (Detoxification) สารสำคัญต่าง ๆ ในเห็ดหลินจือ กระจายไปทั่วร่างกาย เพื่อขับไล่พิษ สารพิษและสารตกค้างที่ทำให้เกิดโรค เช่นกรดยูริก น้ำตาล ไขมัน สารก่อมะเร็ง หรือสารเคมีต่าง ๆ ที่เป็นพิษต่อร่างกาย ที่สำคัญยังช่วยบำรุงไตให้ไตทำงานได้ดีขึ้น หรือในบางรายที่เป็นโรคไตเรื้อรัง ก็ยังช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของไตด้วย
    ทั้งนี้กระบวนการล้างพิษของเห็ดหลินจืออาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้ มีไข้ ปวดตามข้อ ท้องเสีย น้ำมูกไหล ไอ เป็นต้น ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่รับประทาน 3-7 วัน จนเห็ดหลินจือได้ขับสารพิษออกจากร่างกายและร่างกายเริ่มปรับสภาพได้แล้ว
  • สารเคมีในเห็ดหลินจือ ช่วยผ่อนคลายระบบประสาท จึงทำให้นอนหลับสนิท

วิธีการทานเห็ดหลินจือที่สำคัญ คือต้องดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อให้กระบวนการล้างพิษมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสำหรับผู้ที่ทานยาแผนปัจจุบันก็ยังสามารถรับประทานเห็ดหลินจือได้โดยไม่ ต้องหยุดยาของแพทย์ แต่ควรรับประทานเห็ดหลินจือหลังจากทานยาแผนปัจจุบันไปแล้วประมาณ 1 ช.ม. ซึ่งจะช่วยในการบำบัดโรคตามแนวทางทฤษฎีการแพทย์ผสมผสาน

ใครที่สามารถรับประทานเห็ดหลินจือได้บ้าง
จากสรรพคุณที่ช่วยในการป้องกันและการบำบัดรักษา จึงเหมาะกับโรคของผู้สูงวัยและก่อนผู้สูงวัย ที่มีปัญหาเรื่อง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตันในสมอง โรคตับ โรคไต โรคหอบหืด ภูมิแพ้ต่าง ๆ อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ รวมทั้งสามารถให้เป็นยาอายุวัฒนะ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ ที่จะนำไปสู่โรคมะเร็ง และช่วยชะลอความแก่ได้ แต่คนหนุ่ม สาวที่ใส่ใจกับสุขภาพ ก็สามารถทานได้ จึงเหมาะสมกับ...

  • ผู้ที่ชอบรับประทานเนื้อสัตว์แดง อาหารที่มีไขมันสูง ของปิ้ง ย่าง ทอด
  • ผู้ที่ชอบสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิต เบาหวาน หรือมีประวัติว่าญาติสนิทเป็นโรคดังกล่าว
  • ผู้ที่เป็นไข้หวัดบ่อย มีภูมิต้านทานต่ำ แพ้อากาศง่าย พักผ่อนน้อย นอนหลับไม่สนิท
  • ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เคยเข้ารับการทำรังสีบำบัดมาก่อน (ทำคีโม)

ผู้ที่ต้องการจะทานเห็ดหลินจือแดง ปัจจุบันเลือกหาซื้อได้ง่าย และรับประทานได้ง่ายขึ้น เพราะมีหลายรูปแบบที่เป็นแบบสารสกัดเข้มข้นบรรจุในแคปซูล หรือถ้าใครอยากทานแบบดั้งเดิมก็สามารถเลือกทานทานแบบที่ขายเป็นแผ่นอบแห้ง แล้วเอาไปต้มดื่มก็ได้เช่นกัน

ทางเลือกอาหารเสริมสมุนไพร ที่มีหลากหลายมากขึ้น ใครที่สนใจสามารถหามาทานกันได้ แต่อย่าลืมเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีชื่อผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย รายละเอียดบนฉลากและวันหมดอายุอย่างชัดเจน รวมไปถึงการบรรจุหีบห่อก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน ต้องสะอาด เรียบร้อย ไม่มีรายฉีกขาด

อะเซโลรา เชอร์รี่ - เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ คือ วิตามินซี มีโปรตีนและแร่ธาตุสูงโดยเฉพาะ เหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม และมีสาระสำคัญตัวหนึ่งชื่อ trans-beta-carotene ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย มีปริมาณของไขมันอิ่มตัว และโซเดียมต่ำ ไม่มีคลอเลสเตอรอล และจากผลการวิจัยพบว่า อะเซโรลา เชอร์รี่ มีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าที่พบในส้มถึง 30-80 เท่า
แอล-กลูต้าไธโอน - ช่วยควบคุมการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานิน ส่งผลให้ผิวหน้าสวยขาวใสไร้รอยด่างดำ รวมถึงผิวพรรณของเรือนร่าง ช่วยสังเคราะห์คอลลาเจน ทำให้ริ้วรอยจางลง
แอล คาร์นิทีน - เป็นสารอาหารที่ถูกสร้างในร่างกายและสามารถได้รับจากอาหาร เป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญต่อการเผาผลาญ (metabolism) ของไขมัน และ การสร้างพลังงาน L-carnitine จะเป็นตัวการช่วยพาไขมัน Long-chain fatty acid เข้าสู่ไมโตคอนเดรียในเซลล์เพื่อสร้างพลังงาน ในขณะเดียวกัน L-carnitine ยังช่วยรักษาระดับการสลายคาร์โบไฮเดรตและลดการเกิด แลคเตต (lactate production)ในระหว่างการออกกำลังกาย งานวิจัยในหลายๆด้าน ยังแสดงให้เห็นประโยชน์ของ L-carnitine ต่อระบบอี่นด้วยเช่น ประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด การช่วยควบคุมน้ำหนัก และ การชะลอความเสื่อมตามวัย
แอสคอร์บิค แอซิด - เป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ของ วิตามินซี ละลายในน้ำ สลายตัวได้ง่าย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสนุ่มนวล โดยช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและต้านอนุมูลอิสระ ตลอดจนสกัดการสร้างสารเมลานิน จึงช่วยชะลอความเหี่ยวย่นและลดจุดด่างดำบนผิวหนังและบนใบหน้า และยังช่วยรักษาแผลให้หายเร็ว